
กว่าจะเป็น 5.1 ตอนที่2
Historical Perspective
กลับมาเข้าเรื่องของ 5.1 surround กันต่อหลังจากนอกเรื่องไปแนะนำกาใช้งานการดูหนังฟังเพลงสำหรับรถยนต์กัน ไปเป็นที่เรียบร้อยกลับ มาเข้าเรื่องกันต่อแต่ก่อนจะเข้าถึงเบื้อลึกเบื้องหลังเรามาดูกันก่อนว่า Surround นั้นมันเป็นอย่างไรมีอะไรบ้าง
Cinema Sound
สำหรับรูปแบบนี้นั้นนับเป็นตนฉบับของระบบเสียงรอบทิศทางสำหรับ ระบบ 5.1 เลยก็ว่าได้ สำหรับรูปแบบของ5.1 นั้นเราสามารถรับรู้เสียงรอบทิศทางได้ จากความรู้สึกของ เสียงที่อยู่รอบตัวเราโดยมี ความ ดังเบาขอเสียงเป็นตัวบ่งบอกถึงระยะห่างของวัตถุ หรือแหล่งกำเนิดเสียง ต่าง ๆที่เกิดขึ้น จากการที่นำเสียงตางๆ เข้ามาผสมรวมกัน ทั้งเสียง ambiance เสียงวัตถุที่เคลื่อนที่ หรือเสียงพูดคุย ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูก นำมาเล่นกลับให้เราได้รับรู้และรู้สึกกัน ในภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงให้เราได้สัมผัสกัน
ในระบบเสียงสำหรับโรงภาพยนตร์ นั้นจะถูกออกแบบมาให้มีความเหมือนกัน แทบทั้งหมดทั้งอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่างๆ เช่น speaker/crossover/amp systems จะถูกออแบบมาเฉพาะจาก ผู้ผลิตระบบสำหรับติดตั้งในโรงภาพยนต์ (commercial theatres) และถูกกำหนดแนวทาง(guidelines) ขั้นตอนของการทำ room equalization มาแล้วทั้งหมด ซึ่งทำให้รูปแบบของ โรงภาพยนต์ที่เราได้รับชมนั้นมีความเหมือนกันทุกประการไม่ว่าจะไปรับชมภาพยนต์ที่ไหนในโลก ค่าระดับของเสียง ที่ถูกบันทึก (recording levels) ลงบน ขอบฟิล์ม (film soundtrack) ค่าระดับของ equalization และอื่นๆ จะถูกถ่ายทอดออกมาสู่ลำโพง Monitor โดยที่มีค่าระดับความดังเสียง (monitor levels) เป็นมาตรฐาน จากการ ปรับแต่งไว้แล้วเช่นเดียวกัน (calibrated)
สำหรับการรับชมภาพยนตร์นั้น Mixers จะเป็นผู้ที่บรรจงสร้าง dubbing stage ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรับรู้และรับฟังได้จากการนั่งรับชมในโรงภาพยนตร์ ในตำแหน่งต่างๆ แต่ไม่ใช่กับ เพลงในแบบ 5.1 เพราะผู้ใช้ทั่วไปรับฟังเพลง รูปแบบใหม่ สำหรับ 5.1-channel ซึ่ง Mix มาสำหรับระบบ home theater แต่รูปแบบดั้งเดิมนั้นทำมาเพื่อใช้สำหรับ ดูในโรงภาพยนตร์พร้อมกันเพื่อประกอบภาพที่แสดงอยู่ ซึ่งเป็นรูปแบบการอ้างอิงเสียง และบ่งบอกถึงความรู้สึกหรือการรับรู้ทิศทางในการรับชม ซึ่งอันนี้ขึ้นอยู่กับ Mixer จะเป็นผู้กำหนด
LFE Channel อรรถรสในการรับชม
สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของระบบ Surround นั้นก็คือ ความรู้สึกสมจริงโดยเฉพาะในเรื่องของสิ่งรอบตัวเรานั้น เราสามรถรับรู้ความรู้สึกต่างๆได้จากช่วงความถี่ต่ำไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวของรถยนต์หรือ อะไรก็แล้วแต่ที่มีขนาดใหญ่ เราสามารถรับรู้การเคลื่อนที่ของมันได้จากองค์ประกอบเสียงหลักที่เคลื่อนที่ตามวัตถุ และเสียงความถี่ต่ำที่เกิดขึ้นจากน้ำหนักของวัตถุ นี่เองเป็นเสน่ห์อย่าหนึ่งของระบบเสียง Surround นั่นคือ การกำนิดช่องเสียง พิเศษในระบบออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับขับความถี่ต่ำขึ้นมาโดยเฉพาะนั่นคือ แชนแนลเสียง LFE หรือช่อง .1 ซึ่งเพิ่มเติมเข้ามานั่นเอง แต่มีจุดประสงค์ที่แต่ต่างกัน สำหรับ subwoofer ใน 5.1-channel Cinerama กับ music system
ซึ่งเป็นวิวัฒนาการต่อเนื่องจาก technologies ของ power amplifier และ loudspeaker ที่จำเป็นจะต้องมีคุณภาพสูงเพื่อการถ่ายทอดเสียงได้สมจริงสำหรับการรับชมภาพยนตร์ เช่นกัน (higher quality of sound in the Cinema)
ข้อกำหนดของระบบเสียงรอบทิศทาง (Perspective)
ตำแหน่งของเสียง Bassนั้นไม่สามารถที่จะรับรู้หรือกำหนดทิศทางได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับ ขนาดของห้องและroom mode ของห้องที่ทำการออกแบและนอกจากนี้ยังขึ้น ขนาดของลำโพงที่นำมาใช้งาน ความเพี้ยนของลำโพงที่เกิดขึ้นจากลำโพงก็มีผลทำให้ทิศทางที่ลำโพงติดตั้งอยู่ เปลี่ยนไปได้เช่นเดียวกัน ที่สำคัญการรับชมภาพยนต์นั้นจำเป็นต้องใช้ค่าอง dynamic range และ frequency response สูงและมีประสิทธิภาพและโดยมากภาพยนต์ที่เรารับชมนั้นจะทำการเพิ่มคาของเสียง bass ให้มีเพิ่มมากกว่าปรกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จึ่งมีค่าของ dynamic rangeที่สูงสำหรับ แต่ล่ะChanel และโดยเฉพาะ LFE channel นั้นมีค่าของ dynamic ที่สูงกว่าปรกติ เป็นเท่าตัวครับ ฉบับนี้เอาแค่พอกล้อมแกล้ม คราวหน้า มาต่อกันด้วยเรื่องของ 5.1 ถึงที่มาที่ไปกันต่อครับ
กลับหน้าแรก




[Bot]
[Google]